
(ตลาดริมเมย) (เมียวดีคอมเพล็กซ์)
ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา ลูกค้ารายใหญ่รายสำคัญที่สุดสำหรับร้านของเรา คือลูกค้าที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทำให้การเดินทางไปยังอำเภอแม่สอด ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับผม ไปเช้าส่งงานเสร็จขับกลับเชียงใหม่ ระยะทาง 340 กม. ไปกลับประมาณ 700 กม. ถือเป็นเรื่องปกติ หากแต่ล่าสุดคือไปรับปากหลานชายที่มาช่วยงานที่ร้านว่า เสร็จงานแล้วถ้าได้เอางานไปส่งที่แม่สอด จะพาไปเที่ยวเมืองนอก ในเมื่อรับปากแล้วก็ต้องทำตามวาจาที่ลั่นไว้ การเดินทางข้ามฝั่งไปยังเมืองเมียวดี ประเทศพม่า จึงเป็นเป้าหมายสำหรับการเดินทางในครั้งนี้

การข้ามแดนไปเมืองเมียวดีต้องทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราว สำนักงานตั้งอยู่ทางไปริมเมย เลยปั๊ม ปตท.ไปนิดหน่อยด้านซ้ายมือ ด้านหน้าสำนักงานฯ สังเกตจะมียูเทิร์น สงสัยเอาไว้ให้คนที่เดินทางไปถึงด่านแล้วผิดหวัง ขับย้อนกลับมาเลี้ยวยูเทิร์นเข้าสำนักงานทำหนังสือผ่านแดนฯ ขั้นตอนการทำวีซ่าชั่วคราวก็ง่ายมาก ยื่นบัตรประชาชน จ่ายเงิน 30 บาท ก็ได้เอกสารมา เอาไปยื่นที่ด่าน ตม. เดินข้ามสะพานไปได้เลย ขาเข้าด่านพม่าเจ้าหน้าที่ก็จะเรียกเก็บอีก 20 บาท เพียงแค่นี้ก็ได้ไปเดินฉุยฉายเมืองนอก ถ่ายภาพอัพเฟซบุ๊คอวดเพื่อนกันได้แล้ว
หากใครไม่อยากเดิน บริเวณหน้าด่านจะมีรถนำเที่ยวพม่า จอดเรียกผู้โดยสารอยู่เยอะแยะมากมาย ที่เคยใช้บริการเค้าคิดค่ารถ 500 บาท ต่อราคาได้ 400 บาท นั่งรถไปเพื่อหาซื้อแตงโมลูกโตๆ มีแหล่งขายอยู่ที่หน้าวัดชเวมินหวุ่น หรือวัดเจดีย์ทอง แต่พอกลับมาถึงฝั่งไทย เค้าบอกว่าขอเพิ่มเป็น 600 บาท เพราะแตงโมหลายสิบลูกที่เราซื้อมามันหนักรถเค้าไปหน่อย มาเที่ยวนี้เลยทำใจแข็งไม่สนใจโชเฟอร์แท็กซี่นำเที่ยวที่เข้ามาถาม ก้มหน้าก้มตาเดินผ่านด่านไปอย่างเดียว ถือเป็นการฝึกจิต เพราะฝั่งบ้านเรามีแค่โชเฟอร์นำเที่ยว แต่อีกฝั่งมีทั้งนำเที่ยว ทั้งเด็กขอทาน ทั้ง ฯลฯ ที่เราต้องทำใจแข็งเดินฝ่าไปให้ได้

ได้เข้ามาเดินเฉิดฉายในเมืองนอกเยี่ยงนี้แล้ว แน่นอนว่าสิ่งที่แตกต่างจากบ้านเราจะเกิดขึ้นตั้งแต่ก้าวแรกของการข้ามสะพานมิตรภาพฯ เริ่มจากทางกายภาพ ถนนที่รถวิ่งชิดขวา แม้จะเป็นพวงมาลัยซ้าย รถราบีบแตรกันลั่นถนน รถหรูหราที่บ้านเราเรียกว่ารถนำเข้า คนขับเปิดกระจกมาบ้วนน้ำหมากก็มี ร้านชากาแฟกับร้านขายหมากมีเรียงรายแทบทุกช่วงตึก เมียวดีเป็นเมืองค้าขาย ร้านแลกเงินแถวด่านมีเครื่องนับธนบัตรกันทุกร้าน ลูกค้าที่มาใช้บริการก็เอาผ้าข้าวม้ามาห่อเลยทีเดียว แล้วมิใช่เพียงแค่เงินจ๊าดที่เค้ายัดใส่เครื่องนับ แบ็งค์พันบาทไทยเป็นปึกๆ ก็เห็นใส่เครื่องนับกันเป็นปกติเช่นกัน

บริเวณถนนเส้นหลัก มีสถานที่ราชการต่างๆ เป็นระยะ ซึ่งเราสามารถอ่านภาษาอังกฤษและเดาจากสิ่งปลูกสร้างได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นสถานีตำรวจ โรงเรียน โรงแรม สถานีอนามัย คลินิก ร้านทำฟันฯลฯ แม้จะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแต่ด้วยความแปลกตาก็พาให้ชวนถ่ายภาพได้ ย้อนกลับมาสถานที่เที่ยวนอกจากวัดแล้วตลาดที่ติดถนนใหญ่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองนี้ เห็นจะเป็นตลาดบุเรงนอง อยู่ติดถนนใหญ่นี้เอง มีสินค้าหลากหลาย ด้านหน้าเป็นเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้า เดินอ้อมเข้าซอยไปสำรวจด้านข้างในก็เป็นวัตถุดิบจำพวกอาหาร ผลไม้สด อาหารทะเลสดและแห้ง

กลับมาถึงเมืองไทย นั่งคุยทริปนี้กับเพื่อนรุ่นพี่คนพื้นถิ่น พี่เค้าบอกจะไปให้ถึงเมียวดี ต้องไปเมียวดีคอมเพล็กซ์ ไม่ต้องทำวีซ่า เดี๋ยวจะพานั่งเรือข้ามฟากไป ขึ้นชื่อว่าคอมเพล็กซ์ ก็น่าจะมีครบทุกอย่าง ไม่เล่นการคาซิโนไม่เป็นไร ไปนั่งจิบเบียร์ดูบอลกันก็ได้ ดึกดื่นโรงแรมที่พักที่เมียวดีก็มีมากมาย ก่อนหน้านั้นมาแม่สอดก็พักแม่สอด ไม่ได้คิดจะข้ามไปพักในเมียวดี เพราะไม่มีคนพื้นถิ่นนำไป เราก็ไม่กล้าจะห้าวสุดติ่งกระดิ่งแมว เอาไว้โอกาสหน้าเจ้าถิ่นรับปากแล้วว่าจะพาไปตะลุยราตรีที่เมียวดี มีโอกาสถึงเมียวดีเมื่อไรเดี๋ยวจะรีบมานำเสนอ โปรดติดตามตอนต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น