แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เดิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เดิน แสดงบทความทั้งหมด

2569-08-20

ดอกซากุระเบ่งบาน แต่ดอกเบี้ยร่วงโรย ค่าเงินเยนร่วงสะพรึง (ญี่ปุ่น 10)

ลูกสาวคนเล็ก เรียน ม.ปลาย คนโตเรียนมหาวิทยาลัย ปฏิทินกิจกรรมที่แตกต่างกันไป ทำให้การหาเวลาว่างพร้อมกันยาวๆ ค่อนข้างยาก ดังนั้นทุกจุดหมายที่ไปด้วยกันทั้งครอบครัว จึงต้องวางแผนเส้นทางความสุขไว้ล่วงหน้า โดยในปีนี้เราได้แทนความสุขเชิงสัญลักษณ์ด้วย “ดอกไม้”

คู่รักมักแสดงความรัก ด้วยการมอบดอกไม้ให้กัน มิตรสหายมักมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีในโอกาสต่างๆ และหนึ่งในวิธีเติมพลังสุขที่ดี คือใช้เวลาท่ามกลางสวนดอกไม้ กับครอบครัวที่เรารัก 

เทศกาลชมดอกไม้ หรือ ฮานามิ คือธรรมเนียมการเสพสุนทรียะของคนญี่ปุ่น ที่รับธรรมเนียมมาจากการชมดอกบ๊วยของประเทศจีนในสมัยนารา ด้วยความที่เป็นประเทศรุ่มรวยไปด้วยดอกไม้นานาพรรณ ชนชั้นสูงญี่ปุ่นในสมัยเฮอัน ได้ปรับเปลี่ยนดอกไม้มาเป็นดอกซากุระแทน จนเทศกาลชมดอกซากุระ กลายเป็นธรรมเนียมนิยมของญี่ปุ่นทั่วไป 

2569-06-24

หลงแรก คือ หลงทัก เลยรู้จัก “โคดาวาริ” ขั้นสุด ณ นิปโปริ (ญี่ปุ่น 9)

เหินฟ้าจากดอนเมือง 11.50 น. หางแดงกางล้อร่อนลงสัมผัสนาริตะยามพลบค่ำ 19.37 น. บรรยากาศนาริตะ มองไปทางไหนก็คลับคล้ายคลับคลา แม้เวลาจะผ่านไปนานมาก มารอบนี้ละอ่อนโตเป็นวัยรุ่นกันหมดแล้ว ทริปนี้ยกตำแหน่งไกด์ให้สองสาว ส่วนสองเฒ่าเป็นลูกทัวร์ พร้อมผจญภัยให้ทั่วโตเกียว 

เริ่มโจทย์แรกเลย ออกจากนาริตะไปที่พัก โรงแรม APA Komagome Ekimae ก่อน Skyliner Airport Express ขบวนสุดท้ายจะหมด เจ้าหน้าที่เคาท์เตอร์ Skyliner แสนใจดี บอกให้นั่งไปลงที่สถานี Nippori แล้วค่อยไปต่อสายสีเขียว Yamanote Line อีก 2 สถานี ไปลงที่สถานี Komagome

เราได้ตั๋วกระดาษสีชมพู มาคนละ 2 ใบ เล็กใบ ใหญ่ใบ ราคารวม 10960 เยน ตกคนละ 2740 เยน พอหยิบตั๋วใบใหญ่ที่เขียนว่า Liner Ticket มาดู เฮ้ย! รถออก 21.03 นาที ตอนนี้ 20.50 มีเวลาแค่ 13 นาที ลากกระเป๋า 8 ใบ ที่เต็มไปด้วยของฝากจากเชียงใหม่ ไปชานชาลา Skyliner ที่ยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน

2569-05-07

ได้เวลาเยือนญี่ปุ่นอีกครา ก่อนซากุระจะร่วงโรยรา ไปกับสายฝน (ญี่ปุ่น 8)

(ญี่ปุ่น 5) (ญี่ปุ่น 6) (ญี่ปุ่น 7) (ญี่ปุ่น 9) (ญี่ปุ่น 10)

หากบทกวีคือหน้าต่างสักบาน การอ่านบทกวีคือการเปิดหน้าต่างออกไปเพื่อค้นหา บางทีแค่เหม่อมองออกไปก็เข้าใจ บางครั้งต้องเอื้อมมือออกไปจึงสัมผัสได้ และหลายครั้งที่นอกหน้าต่าง กว้างใหญ่ ลึกซึ้ง ต้องคิดคำนึงอยู่นาน จนพาลอยากปีนออกไป ค้นหาความหมายอันแท้จริงของบทกวี

“โอโนะ โคมาจิ” กวีสาวงามที่โด่งดังในยุคเฮอัน นั่งมองซากุระแล้วร่ายบทกลอนว่า 花の色は うつりにけりな いたづらに わが身世にふる ながめせしまに 

เมื่อนำมาแปลโดย Google Translate ประมวลความตามความคาดเดา พออนุมานได้ประมาณ ... “ซากุระสีบางจางหาย สูญสลายโรยรา เพลาฝนพรม จากเยาว์งาม สู่ชรา คอยหาเฝ้ามอง” 

2568-11-21

ปั่นรถถีบไป โลหะปราสาท วัดเมืองปง เดินขึ้น-ลงบันได 848 ขั้น

ปั่นจักรยานมานานหลายปีในฐานะนักปั่นสมัครเล่น โดยไม่เคยคาดหวังว่า จะต้องมีการไต่ระดับ ไปเป็นนักปั่นสมัครจริง สายบ้าพลังหรือสายอุปกรณ์ ก็ไม่ไหว แค่เอาตัวรอดในภาวะคับขันได้ก็บุญแล้ว อาจมีเปลี่ยนยางบ้าง เปลี่ยนหมวกบ้าง กางเกงปั่นบ้าง ถ้าปั่นแล้วมันไม่สบายหัว หรือตูด ก็ปั่นไม่สนุก

ถ้าจักรยานอยู่กลางหว่างขา แล้วดันไร้เป้าหมาย ก็มักจะไหลไปตั้งหลักก่อนที่ ไร่แม่เหียะ มช. ตามความรู้สึกคือเป็นศูนย์กลางของเส้นทางปั่นจักรยานสายใต้เชียงใหม่ ฝั่งเชิงดอยสุเทพ ที่มีซอกซอยให้ปั่นทะลุออกไปได้หลายทาง ทั้งอำเภอหางดง สะเมิง แม่วาง สันป่าตอง ขึ้นอยู่กับแรงปั่น แรงฝัน อารมณ์ และเวลาว่าง
เส้นทางหนึ่งที่มักปั่นจากไร่แม่เหียะ คือทะลุออกไปทาง “ป่าในเมือง” หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ทป.4 แม่เหียะ อ้อมหลังดอยคำ ไปตามถนนแม่เหียะใน-บ้านปง นักปั่นรุ่นเก่าเรียกเส้นทางดอยกอม แต่ก่อนเป็นทางลูกรัง ปัจจุบันทางสวยสงบ ร่มรื่น จะโผล่ออกถนนใหญ่ หางดง-สะเมิง บริเวณบ้านปง แถวๆ โรงแรมวีรันดา ไฮรีสอร์ท 

จากบ้านปง ถ้าเลี้ยวซ้าย จะวนกลับเข้าเมือง เส้นคลองชลฯ ถ้าเลี้ยวขวา จะไปอำเภอสะเมิง ผ่านทางชันๆ ของโค้ง 7 พับ ก่อนถึง ศาลา 12 สิงหา จุดเช็คอินยอดนิยม ของนักปั่นสายดอย

2568-08-29

เดินแบกน้ำกลับโรงแรมอยู่หลายวัน เพิ่งรู้ว่ามี Carrefour อยู่บนหัวนอน (ไต้หวัน 13)

(ไต้หวัน 10) (ไต้หวัน 11) (ไต้หวัน 12)

บ่อยครั้งที่การเดินทาง แอบกระซิบบอกเบาๆ ว่า ยังมีอะไรที่เราไม่รู้อีกมาก และแม้ว่าเส้นทางที่ไปเยือน จะไม่ได้แตกต่างจากบ้านเรา หรือเมืองอื่นๆ ที่เคยผ่านมาเท่าไรนัก แต่ก็ไม่เคยมีที่ไหน เหมือนกันทั้งหมดเสียทีเดียว ระหว่างทาง มันต้องมีการเรียนรู้ใหม่บ้าง มากน้อยแล้วแต่จะสัมผัสรับรู้เอง

ไต้หวัน ดูจะไม่ค่อยแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ในประเทศจีนที่เคยไปมา อย่างการพักอยู่ในย่านซีเหมินติง ก็เหมือนไปฮ่องกง แล้วเลือกพักย่านจิมซาจุ่ย หรือไปเซินเจิ้น เลือกพักย่านตงเหมิน อาหารเครื่องดื่มในเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก ก็มักจะราคาสูงกว่าท้องตลาด เพราะเป็นราคาขายให้กับนักท่องเที่ยว 

มาพักอยู่วันแรกๆ ซื้อน้ำเปล่าจาก Family Mart ขึ้นไปสำรองไว้ เผื่อน้ำเปล่าที่โรงแรม New World Hotel มีให้ไม่พอ มากันหลายคน ยังอยู่แถวนี้อีกหลายวัน ราคาน้ำเปล่าขวดเล็ก เริ่มต้นขวดละ 6 NTD ก็เลยตัดสินใจซื้อขนาด 2.2 ลิตร ราคา 35 NTD เพราะดูจะคุ้มค่ากว่าซื้อขวดเล็ก

ระยะทางที่ต้องเดินแบกน้ำไปโรงแรม ประมาณ 2 ช่วงไฟแดง ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่กลัวคอแห้งกลางทาง เลยแวะดูเครื่องดื่มอื่นเผื่อไว้ อย่างเบียร์ Taiwan กระป๋องละ 51 NTD เบียร์นอกอย่าง Heineken 69 NTD ถ้าเทียบราคาน้ำเปล่ากับเบียร์ เป็นราคาเงินบาท ก็ไม่แพงมาก ใกล้เคียงร้านสะดวกซื้อบ้านเรา

2568-06-06

จากโรงสาเก สู่สวนสร้างสรรค์ Huashan 1914 Creative Park (ไต้หวัน 12)

(ไต้หวัน 9) (ไต้หวัน 10) (ไต้หวัน 11) (ไต้หวัน 13)
ก่อนดอกไม้จะผลิบาน ก่อนความฝันอันแสนหวาน ก่อนรัฐบาลพลัดถิ่นของนายพลเจียง ไคเชก จะหนีไอระอุของสงครามกลางเมือง ถอยร่นจากแผ่นดินใหญ่มายังเกาะไต้หวัน ในปี พ.ศ. 2492 โรงผลิตสาเกแห่งหนึ่ง กลางเมืองไทเป ได้หมักบ่มข้าวให้กลายเป็นแอลกอฮอล์ หล่อเลี้ยงนักดื่มพื้นถิ่น มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2457 

ในอดีตย่านนี้ชื่อ ฮว๋าซาน (華山) ต่อมาเมื่อไต้หวันตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของญี่ปุ่น ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเขต "Kabayama" เพื่อเป็นเกียรติแก่ คาบายามะ สุเกโนริ ผู้สำเร็จราชการญี่ปุ่นคนแรกของไต้หวัน พอญี่ปุ่นประกาศผูกขาดสินค้าแอลกอฮอล์ ก็ได้เข้ามายึดโรงสาเกแห่งนี้ และได้เปลี่ยนเป็น โรงงานไวน์ Taihoku 

2568-04-25

ไหว้ทวยเทพ วัดหลงซาน บูชาเครื่องราง ย่านเมืองเก่าไทเป (ไต้หวัน 11)


หมู่บ้านแมวหูต่ง ชวนให้คิดอะไรได้หลายอย่าง แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเสน่ห์ ผู้คนมากมายหลงรักแมว เพราะแมว น่ารักกว่าเสือ มนุษย์ไม่กลัวแมว แต่กลัวเสือ เลยเลือกที่จะเลี้ยงแมว มากกว่าเลี้ยงเสือ ความกลัวเป็นผลให้มนุษย์ดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ ถ้าบรรพบุรุษเราไม่กลัวเสือ มนุษย์อาจกลายเป็นอาหารของเสือ จนสูญพันธุ์ไปหมดแล้วก็ได้ 

แมวหูต่งก็แสนเชื่อง นอนเล่นให้เกาคางไม่กลัวผู้คน ถ้าจะเทียบกันแล้ว ไต้หวันอาจคล้ายลูกแมวน้อย น่ารักแสนซน ที่กำลังถูกจ้องมองจากพี่เสือจีนแผ่นดินใหญ่ หากวันใดน้องแมวประกาศเอกราชจากอ้อมอกพี่เสือ ลูกแมวน้อยจะเป็นอย่างไรบ้าง เรื่องบางอย่าง ไม่ต้องพยายามเข้าใจทุกอย่างก็ได้ แค่สัมผัสทุกเรื่องด้วยใจก็พอ

โลกมีสิ่งที่เข้าใจง่าย กับยาก เรื่องไหนมันยาก อาจต้องใช้เวลา หรือให้โอกาส สักวันเมื่อเข้าใจแล้ว เราอาจจะรักมันก็ได้ ถ้าเรื่องทางโลกมันยาก ลองหันเข้าหาเรื่องทางธรรมกันบ้าง จะเป็นสายพุทธะ สายตื่นธรรม หรือสายมูเตลู มาถึงไต้หวันแล้วก็ไม่ควรพลาด ไปสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่ง วัดหลงซาน วัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่กลางเมืองไทเป

2568-03-05

จากแมวจรจัด ในเหมืองร้างกลางป่า สู่หมู่บ้านแมว ระดับโลก Houtong (ไต้หวัน 10)

(ไต้หวัน 7) (ไต้หวัน 8) (ไต้หวัน 9) (ไต้หวัน 11) (ไต้หวัน 12) (ไต้หวัน 13)

แอบส่องเส้นทางอันแสนขรุขระของอธิปไตยในไต้หวัน แล้วก็ต้องแอบถอนหายใจดังๆ เพราะทุกวันนี้ เอกราชของไต้หวัน ยังเป็นจุดที่พี่ใหญ่อย่างจีน ยอมรับได้ยาก ลำพังแค่ยอมให้น้องเล็กอยู่ได้อย่างเป็นปกติสุข ไม่มีการใช้กำลัง ไม่สูญเสียเลือดเนื้อ ก็นับว่าเป็นเรื่องดี ยังไงสองพี่น้องก็ต้องรวมกันเป็นหนึ่งสักวัน แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

ใช้ชีวิตกันต่อไป เหมือนถ้าจะต้องตายบ่ายนี้ ตอนนี้ขอทานข้าวเที่ยงอร่อยๆ อิ่มแล้วค่อยว่ากัน แต่เดี๋ยวก่อน การรวมกับจีนก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ชาวไต้หวันส่วนมาก ก็เป็นชาวจีนอพยพมาจากมณฑลฝูเจี้ยน ภาษาราชการของไต้หวันคือภาษาจีนกลาง หรือ จีนแมนดาริน ส่วนภาษาพื้นเมืองหรือชาวจีนแคะ ก็ยังพูดจากันรู้

เรื่องอยู่ที่เด็ดกว่านั้นคือ ผู้สูงอายุไต้หวันส่วนหนึ่ง พูดญี่ปุ่นได้ จากรากฐานการศึกษาที่ญี่ปุ่นวางไว้ให้อย่างดีในช่วงสมัยอาณานิคม คนไต้หวันปัจจุบันเองก็สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ครูสอนภาษาจีนกลางที่ไต้หวัน ก็สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีกว่าครูที่จีน จึงไม่แปลกที่ไต้หวันจะเป็นจุดหมายในการมาเรียนภาษาจีนกลาง ของต่างชาติทั่วโลก 

2568-01-15

เหรียญยังมีสองด้าน ลานอนุสรณ์สถาน “เจียง ไคเชก” (ไต้หวัน 9)

(ไต้หวัน 6) (ไต้หวัน 7) (ไต้หวัน 8) (ไต้หวัน 10) (ไต้หวัน 11) (ไต้หวัน 12)

เดินผ่านซุ้มประตู Liberty Square จัตุรัสแห่งเสรีภาพ ก็จะเข้ามาสู่ Main Plaza ลานจัตุรัสประชาธิปไตย Democracy Square เบื้องหน้าคือ หออนุสรณ์สถาน เจียง ไคเชก ด้านขวาคือโรงละครแห่งชาติ National Theatre ด้านซ้ายคือหอแสดงดนตรีแห่งชาติ National Concert Hall

เดินตรงไปตามทาง Democracy Boulevard จะเห็นหออนุสรณ์สถานฯ เป็นอาคารทรงจีนโบราณ บันไดหินอ่อนทางขึ้นทั้งสี่ด้านสีขาว ตัดกับหลังคาสีน้ำเงิน สวนหย่อมเน้นปลูกดอกไม้สีแดง ตามแนวคิดสีของธงชาติไต้หวัน “ท้องฟ้าสีคราม ตะวันสาดส่อง ปฐพีแดง แผ่นดินอุดม” "Blue Sky, White Sun, and a Wholly Red Earth"

ภายในหออนุสรณ์สถานฯ ชั้นบนจะเป็นรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของ เจียง ไคเชก ส่วนชั้นล่างเป็นห้องจัดแสดงประวัติ ภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งบทบาทหน้าที่ ในฐานะผู้นำแห่งสาธารณรัฐจีน และประธานาธิบดีคนแรก ของประเทศไต้หวัน

2567-12-19

ซุ้มประตู Liberty Square จัตุรัสแห่งเสรีภาพ ของผองเพื่อนเสรีชน (ไต้หวัน 8)

(ไต้หวัน 5) (ไต้หวัน 6) (ไต้หวัน 7) (ไต้หวัน 9) (ไต้หวัน 10) (ไต้หวัน 11)

จากตึกไทเป 101 ก่อนจะกลับไปซีเหมินติง ต้องนั่งรถไฟฟ้าสายสีแดง ไปเปลี่ยนเป็นสายสีเขียวที่สถานีเจียงไคเชก ไหนๆ ก็กำลังดื่มด่ำกับกลิ่นอายอดีต ที่หมู่บ้านทหาร 44 South Military Village ได้ที่ เพื่อไม่ให้ขาดตอน ก็ขอขึ้นไปชื่นชมอนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก กันสักหน่อย ให้มันต่อเนื่องรอยอารมณ์ คนไต้หวันกันไปเลย

อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตประธานาธิบดี เจียง ไคเชก ด้านหน้าลานกว้างมีซุ้มประตู สูง 30 เมตร กว้าง 80 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินไพลิน มีตัวอักษร 4 ตัวเขียนว่า自由廣場 หมายถึง Liberty Square หรือ “จัตุรัสแห่งเสรีภาพ”

2567-11-18

"ซื่อซื่อหนันซุน คือบ้านของเรา" ชาวก๊กมินตั๋ง ไม่ได้กล่าว (ไต้หวัน 7)

(ไต้หวัน 4) (ไต้หวัน 5) (ไต้หวัน 6) (ไต้หวัน 8) (ไต้หวัน 9) (ไต้หวัน 10)

ท่ามกลางไฟร้อนของสงครามกลางเมืองในจีนแผ่นดินใหญ่ ราวปี พ.ศ. 2480 พรรคก๊กมินตั๋ง และพรรคคอมมิวนิสต์จีน ต่างโหมไฟรบ เพื่อต่อสู้แย่งชิงอำนาจเหนือประเทศจีน 

สงครามที่เดือดระอุ ส่งผลให้กองกำลังก๊กมินตั๋ง ทหารรัฐบาลชาตินิยมของเจียงไคเชก ได้ถอยร่นมาตั้งหลักที่เกาะไต้หวัน พร้อมทั้งผู้อพยพชาวจีน กว่า 2 ล้านคน และได้สร้างที่พักอาศัยชั่วคราวขึ้นมา กระจายไปทั่วในหลายเมืองใหญ่ของไต้หวัน โดยเฉพาะเขตเมืองไทเป และเมืองจีหลง 

2567-10-31

จาก 8 ปล้องไผ่มงคล สู่ตึกสูงสุดในไต้หวัน TAIPEI 101 (ไต้หวัน 6)

(ไต้หวัน 3) (ไต้หวัน 4) (ไต้หวัน 5) (ไต้หวัน 7) (ไต้หวัน 8) (ไต้หวัน 9)

เลข 8 เป็นเลขมงคลของ หลายๆ วัฒนธรรมในโลก โดยเฉพาะวัฒนธรรมจีนและไต้หวัน เลข 8 มีลักษณะเป็นวงกลมคู่ หมุนวนไปไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด แสดงออกถึงความสมดุล และความมั่นคง 

เมื่อนำมารวมกับต้นไผ่ สัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองและยั่งยืน ไม้ไผ่ 8 ปล้อง จึงเป็นแรงบันดาลใจ ให้ C.Y. Lee สถาปนิกชาวไต้หวัน ออกแบบอาคารที่สูงที่สุดในไต้หวันขึ้นมา และตึกนี้ยังสูงที่สุดในโลก ช่วงปี 2004 – 2010 

Taipei World Trade Center หรือ อาคารศูนย์การเงินโลกไทเป ถูกออกแบบขึ้นมา โดยผสมผสานระหว่างความเชื่อทางวัฒนธรรม และความล้ำหน้าทางด้านเทคโนโลยี ด้วยความสูงถึง 101 ชั้น ทั่วโลกจึงมักเรียก และรู้จักกันในนาม TAIPEI 101 

2567-09-30

ชิมมื้อเช้าสไตล์ฟาสต์ฟู้ดไต้หวัน ก่อนตะลุยกันไป ไทเป 101 (ไต้หวัน 5)


ฟ้าสางกลางย่านซีเหมินติง เปิดม่านหน้าต่างห้องนอน มองไปยังฝั่งตรงข้าม เป็นร้านอาหารเช้าแบบฟาสต์ฟู้ดสไตล์ไต้หวัน หน้าร้าน มีโต๊ะเล็กๆ พอวางอาหารได้ เก้าอี้สองสามตัว นักท่องเที่ยวเทียวมาเทียวไป กึ่งนั่งกึ่งยืน กินกันไปเซลฟี่กันไป กลุ่มที่ดูจะอร่อยและสนุกกว่าใครเพื่อน แอบเปิดกระจกฟังสำเนียงเสียงหัวเราะอยู่ไกลๆ คล้ายจะเป็นคนไทย

คนพื้นถิ่นมาซื้อก็ไม่น้อย บ้างแต่งตัวชุดทำงาน บ้างก็แม่บ้าน ขับรถมาจอดแวะซื้อใส่ถุงไปทานที่อื่นก็มี แสดงว่าร้านนี้น่าจะขึ้นชื่ออยู่ นั่งในห้องพักโรงแรมไปก็สังเกตการณ์ไป แอบเซิร์ชหาดูรีวิว เค้าว่าร้านนี้เป็น อาหารเช้าสตรีทฟู้ดโบราณ เคียงคู่ย่านซีเหมินติงเลยทีเดียว 

2567-08-19

“Red House” ตะกอนทางวัฒนธรรมญี่ปุ่น ใจกลาง “ซีเหมินติง” ฮาราจูกุ แห่งไทเป (ไต้หวัน 4)

(ไต้หวัน 1) (ไต้หวัน 2) (ไต้หวัน 3) (ไต้หวัน 5) (ไต้หวัน 6) (ไต้หวัน 7)

จากข้าวขาหมูที่เราทานเป็นมื้อแรกในไต้หวัน ทำให้นึกถึงชาวฮั่นจาก มณฑลฝูเจี้ยน และมณฑลกวางตุ้ง ที่ข้ามมาตั้งหมู่บ้าน ค้าขายและทำประมงบนเกาะไต้หวัน ร่วมกับชนเผ่าพื้นเมือง Ketagalan

ชาวจีนอพยพ สร้างให้ไต้หวันกลายเป็นเมืองท่าค้าขายเจริญขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไต้หวันเริ่มเนื้อหอม ไต้หวันกลายเป็นที่หมายปองของเหล่าบรรดานักล่าอาณานิคมในยุคสำรวจ ศตวรรษที่ 17 ชาวสเปน และชาวดัตช์ เข้ามาจับจองก่อร่างสร้างบ้านเรือนกลายเป็นนิคมใหญ่โต 

ขณะนั้นเองในจีนแผ่นดินใหญ่ กำลังระส่ำระสาย ราชวงศ์หมิง ถูกราชวงศ์ชิง ยึดอำนาจ 

ขุนศึกราชวงศ์หมิง อันมีนามว่า เจิ้ง เฉิงกง หนีมาถึงเกาะไต้หวัน ได้รวบรวมชนพื้นเมืองและชาวจีนอพยพ ร่วมกันขับไล่ฝรั่งออกไป มีศูนย์กลางอยู่ที่ไถหนาน แต่ต่อมาราชวงศ์ชิง ก็ตามมายึดคืน ทำให้ไต้หวัน ตกเป็นมณฑลหนึ่งของจีน 

จักรวรรดิชิงได้แยกเกาะออกจากจังหวัดฝูเจี้ยน ประเทศจีนอย่างเป็นทางการ และย้ายศูนย์กลางบริหารจากไถหนานมาที่ ไทเป 

ต่อมามีกรณีพิพาทบาดหมางกัน ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เป็นเหตุให้ญี่ปุ่นบุกไต้หวัน และยึดมาเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิญี่ปุ่นในปี 1895 

2567-07-25

มื้อแรกในไทเป ชิมขาหมู เก้าอี้ดนตรี 24 ชั่วโมง (ไต้หวัน 3)

(ไต้หวัน 1) (ไต้หวัน 2) (ไต้หวัน 4) (ไต้หวัน 5) (ไต้หวัน 6)

เปิด GPS เดินลากกระเป๋าจากสถานี Ximen มายัง New World Hotel อยู่ไม่ไกล ระหว่างทางก็มองหาร้านอาหารไปเรื่อยๆ อยู่ใกล้ย่าน Ximending หาของกินไม่ยาก ส่วนมากเป็นร้านห้องแถว น่ากินหลายร้าน

ถึงโรงแรม เช็คอินห้องพักใช้ Lucky Draw เป็นส่วนลด 5000 NTD จัดการเก็บสัมภาระเข้าห้องพักเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกไปหาอะไรกินกัน เล็งเอาไว้หลายร้าน เริ่มหิวกันละ

ขามาสะดุดตากับร้านขาหมูร้านหนึ่ง เห็นคนเข้าคิวรอทานหน้าร้านเป็นแถวยาว แต่จังหวะกลับมารอบนี้ ได้คิวแรกพอดี งั้นตกลงกินขาหมูก็แล้วกัน ชื่อร้าน Ximen noodle เพิ่งมารู้ทีหลัง อ่านจากรีวิว ว่าร้านนี้เค้าดังอยู่นะ 

2567-06-19

หลงแรกพบ จาก Taipei Main Station ไป Ximen สถานีเดียวก็หลง (ไต้หวัน 2)

(ไต้หวัน 1) (ไต้หวัน 3) (ไต้หวัน 4) (ไต้หวัน 5)

อิ่มเอมใจกับ Lucky Draw ได้รับ Accommodation Vouchers เป็นทุนเที่ยวไต้หวัน 5000 NTD กันแล้ว อย่าลืมว่า ทุกอย่างต้องมีต้นทุน ก่อนออกจากสนามบินนานาชาติเถาหยวน ของมันต้องซื้อ 2 อย่างขาดไม่ได้ คือซิมเน็ต 5 วัน อันละ 300 NTD และชีวิตในไต้หวันจะง่ายขึ้น ถ้าเรามีบัตร easy card 

โปรโมชั่นจากเคาท์เตอร์ ทางไป MRT ในสนามบิน ค่าบัตร easy card 100 NTD ใช้ได้ตลอดชีพ ค่า MRT จากสนามบินไป Main Station 150 NTD พร้อมเติมเงินในบัตรให้เลย 200 เหรียญ เผื่อไปต่อ MRT รถไฟ รถเมล์ หรือใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อ รวมเป็น 450 เค้าลดให้ 5 NTD เหลือ 445 NTD 

2567-04-03

หาแลกด่อง ร้านทองตลาดฮาน ราคาเท่าร้านแลกเงิน สนามบินดานัง (เวียดนาม 19)

(เวียดนาม 16) (เวียดนาม 17) (เวียดนาม 18) (เวียดนาม 20)

กลับจากหาดอันบาง ด้วยเงินที่แลกจากร้านน้ำปั่น ในราคาพันละ 6 แสนด่อง กลับมาเล่าให้น้องเจ้าของโรงแรมฟัง น้องบอกแถวฮอยอัน หาแลกตามร้านค้า ทั่วไป ไม่มีร้านไหนเปิดรับแลกเงินอย่างเดียว ว่าแล้วก็เปิดราคาให้ 6.3 แสน เลยขอแลกอีกพันนึง เผื่อค่าเบียร์คืนนี้ กับค่ารถกลับดานังพรุ่งนี้ ราคาเป็นเรื่องสมมติจริงๆ





เช้าวันกลับดานัง ตื่นแต่เช้าเดินเล่นชมเมืองไปตามย่านร้านค้านอกเขตเมืองเก่า พร้อมแวะหาราคาค่ารถกลับดานัง ดูจากป้ายหน้าร้านอยู่ราวๆ 3 แสน ขึ้นอยู่กับจำนวนคน ชนิดของรถ ซึ่งก็ไม่หนีกับราคา Grab ที่ประมาณ 3.3 แสน ก็เลยเดินกลับไปถามน้องที่โรงแรม น้องบอกมีรถตู้คันใหญ่ให้เลย 3.2 แสน นั่นไง ไปเดินหาให้ลำบากทำไม

2567-01-25

เหนือสุดแดนสยาม Skywalk ดอยเวา ยาวสุดในไทย ชมวิวไกลถึงพม่า

ว่ากันว่า ชีวิตนี้ควรตั้งเป้าหมายให้สูงเข้าไว้ เอาให้ไกลสุดขอบจักรวาล แล้วก็พุ่งทะยานออกไป แม้ไม่มีทางจะไปถึงได้ อย่างน้อยก็ได้ถีบหนีแรงโน้มถ่วงโลก โอกาสที่จะไปเดินเล่นอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว เหมือน Anakin Skywalker ในเรื่อง Star Wars คงพอมีให้เห็นบ้าง


ทริปล่าสุดตั้งจุดหมายไว้สูงเทียมฟ้า เหนือสุดในสยาม ละติจูด 20 องศา 37 ลิปดา 30 พิลิปดา ของเมืองแม่สาย เชียงราย ที่นี่มีความท้าทายใหม่เหนือเส้นละติจูดเหนือสุด นั่นคือ Skywalk ที่เหนือยิ่งกว่า Skywalk ใดๆ เพราะมีทางเดินกระจกใสยาวที่สุดในประเทศไทย “Skywalk วัดพระธาตุดอยเวา” 

2566-11-16

แอบเนียนเป็นวัยรุ่นฮอยอัน กินลมชมวิว ภัตตาคารร้านชำ (เวียดนาม 16)

(เวียดนาม 13) (เวียดนาม 14) (เวียดนาม 15) (เวียดนาม 17) (เวียดนาม 18) (เวียดนาม 19)

ทานมื้อเย็นย่านเมืองเก่าฮอยอัน อิ่มหนำสำราญแล้ว ก็พากันเดินย่อยอาหารเลียบแม่น้ำทูโบน เพื่อกลับโรงแรมที่พัก ระหว่างทางมีสตรีทฟู๊ดเรียงราย ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ทำให้ฉุกคิดขึ้นได้ว่า เราเดินทางมาต่างถิ่น ถ้าเกิดหิวขึ้นมากลางดึก จะออกไปหาอะไรกินก็ลำบาก จากเหตุผลก็กลายเป็น ข้ออ้างในการกักตุนเสบียงทันที


หลังจากตัดสินใจด้วยเหตุผลอันน่าเชื่อถือ เราก็ได้เครปมา 2 อัน 3 หมื่นด่อง กลัวช็อคโกแล็ตที่ราด จะหกเลอะเทอะ ก็เลยเดินไปกินไป ยังไม่ทันกลับถึงโรงแรมก็หมดเสียแล้ว แต่ไม่ต้องห่วง ยังมี โรตีกล้วยหอมอีกอันละ 3 หมื่นด่อง Bánh mì ขนมปังเวียดนามไส้แน่น อีกอันละ 4 หมื่นด่อง ตุนเสบียงเล่นๆ กลัวหิวกลางดึก หมดไปเป็นแสน 

2566-10-25

แม่น้ำทูโบนไม่เคยเงียบงัน ที่นี่ฮอยอัน ลอยกระทงได้ทุกวัน จุดโคมได้ทุกคืน (เวียดนาม 15)

(เวียดนาม 12) (เวียดนาม 13) (เวียดนาม 14) (เวียดนาม 16) (เวียดนาม 17) (เวียดนาม 18)

เวียดนามอยู่ทิศตะวันออก พระอาทิตย์ดูจะตกเร็วกว่าบ้านเราเล็กน้อย พอตะวันบ่ายคล้อย นักท่องเที่ยวที่หลบร้อนอยู่ตามคาเฟ่ หรือกลับไปนอนตากแอร์ที่โรงแรมเหมือนเรา ก็เริ่มทยอยกลับมาอีกครั้ง มารอบนี้ร้านรวงเปิดเต็มพิกัด ผู้คนคึกคักหนาตา เมืองเก่ากว้างใหญ่ ใครเดินไม่ไหว มีสามล้อปั่น จักรยาน รถไฟฟ้า หลายรูปแบบคอยให้บริการ 


พลบค่ำขอบฟ้าครึ้มคราม แต้มสีเหลืองตุ่นของอาคารโคโลเนียลสไตล์ ให้เป็นสีฉากพื้น ตัดกับโคมไฟสีจัดจ้านฉูดฉาด โดดเด่นเป็นเสน่ห์ ของฮอยอัน คล้ายกับงานลอยกระทงบ้านเราที่จัดปีละครั้ง แต่เทศกาลโคมฮอยอันเค้ามีกันทุกคืนวันเพ็ญ แต่ในเมื่อนักท่องเที่ยวมากันทุกเย็น ไม่รอพระจันทร์เต็มดวงแล้ว จุดกันทุกวันจะเป็นอะไรไป