2569-06-24

หลงแรก คือ หลงทัก เลยรู้จัก “โคดาวาริ” ขั้นสุด ณ นิปโปริ (ญี่ปุ่น 9)

เหินฟ้าจากดอนเมือง 11.50 น. หางแดงกางล้อร่อนลงสัมผัสนาริตะยามพลบค่ำ 19.37 น. บรรยากาศนาริตะ มองไปทางไหนก็คลับคล้ายคลับคลา แม้เวลาจะผ่านไปนานมาก มารอบนี้ละอ่อนโตเป็นวัยรุ่นกันหมดแล้ว ทริปนี้ยกตำแหน่งไกด์ให้สองสาว ส่วนสองเฒ่าเป็นลูกทัวร์ พร้อมผจญภัยให้ทั่วโตเกียว 

เริ่มโจทย์แรกเลย ออกจากนาริตะไปที่พัก โรงแรม APA Komagome Ekimae ก่อน Skyliner Airport Express ขบวนสุดท้ายจะหมด เจ้าหน้าที่เคาท์เตอร์ Skyliner แสนใจดี บอกให้นั่งไปลงที่สถานี Nippori แล้วค่อยไปต่อสายสีเขียว Yamanote Line อีก 2 สถานี ไปลงที่สถานี Komagome

เราได้ตั๋วกระดาษสีชมพู มาคนละ 2 ใบ เล็กใบ ใหญ่ใบ ราคารวม 10960 เยน ตกคนละ 2740 เยน พอหยิบตั๋วใบใหญ่ที่เขียนว่า Liner Ticket มาดู เฮ้ย! รถออก 21.03 นาที ตอนนี้ 20.50 มีเวลาแค่ 13 นาที ลากกระเป๋า 8 ใบ ที่เต็มไปด้วยของฝากจากเชียงใหม่ ไปชานชาลา Skyliner ที่ยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน

ยื่นตั๋วถามเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เจอ ทุกคนน่ารักมาก รีบกุลีกุจอ บอกทางไป Skyliner ด้วยแววตาห่วงใย รถไฟญี่ปุ่นไม่เคยผิดนัดเวลา สิ่งนี้กระมังที่เรียกว่า “โคดาวาริ” こだわり วิถีแห่งความจริงจังของคนญี่ปุ่น อันนำไปสู่มาตรฐานการทำงานที่ได้รับการยกย่องจากทั่วโลก เวลาลงมือทำอะไร เค้าจะทุ่มเทสุดชีวิต 

โคดาวาริ สะท้อนผลงานของชาวญี่ปุ่นในแทบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ด้านคุณภาพ บริการ ความประณีตบรรจง การใส่ใจรายละเอียดฯลฯ เรื่องความตรงเวลาของรถไฟก็เช่นกัน เคยได้ยินว่าหากผิดพลาดแม้แต่นาทีเดียว ผู้บริหารอาจออกมาโค้งคำนับขอโทษ หรือถึงขั้นลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบเลยทีเดียว 

เสียบตั๋วกระดาษใบใหญ่เข้าช่องทางเข้าไม่เปิด เจ้าหน้าที่รีบวิ่งมาช่วยเอาใบเล็กเสียบให้  ขึ้น Skyliner ทันเวลาพอดี รถไฟสายขอบฟ้ามุดอุโมงค์ ข้ามสะพาน ชมบ้านเมืองแปลกตา พอรถไฟเทียบชานชาลานิปโปริ ก็พากันลากกระเป๋าออกมา เป้าหมายต่อไป คือนั่ง JR สายสีเขียวไปสถานีโคมะโกเมะ

ถึงนิปโปริได้ ก็ไม่มีอะไรต้องรีบ โคมะโกเมะ แค่ 2 สถานี แวะตั้งหลักกันก่อน หาขนมกินรองท้องจาก NewDays ข้างประตูทางออก North Gate ระหว่างนั้นก็เตร็ดเตร่ มองหาช่องทางการซื้อตั๋ว JR เพราะเรายังไม่มีบัตร SUICA มองหาตู้ขายตั๋วก็ไม่เห็น เพื่อความชัวร์ ถามเจ้าหน้าที่ดีกว่า

เจ้าหน้าที่หนุ่มหล่อ แต่งตัวคล้ายตำรวจ ยืนแถวนั้นพอดี เลยถามว่าไปซื้อตั๋วโดยสารได้ที่ไหน พร้อมชูตั๋วโดยสารให้ดู เท่านั้นเอง สีหน้าพนักงานหนุ่มก็เปลี่ยนไป แววตาเขม็งเกลียวฉายชัด ชี้หน้าเรา สลับกับชี้ไปตรงเคาท์เตอร์ Skyliner ที่เราเพิ่งเดินออกมา แถมพูดเสียงดัง จนแทบตะโกน ว่า “ยู ซิงๆๆ” เหมือนโกรธใครมา

ลูกสาวตกใจจนหลบมาข้างหลังพ่อ หรือเค้าเห็นเราเป็นต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย จะให้ร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟังรึ

Content คลิป Reels และ Tiktok เหยียดนักท่องเที่ยวต่างชาติ พรั่งพรูเข้ามาในสมอง ยอมรับว่ากลัว แต่ก็พยายามอธิบายว่า เรามาจากสนามบิน เพิ่งลงจาก Skyliner และกำลังจะไปโคมะโกเมะ แต่ก็ดูไม่เป็นผล

คุณเจ้าหน้าที่ เอาแต่ส่ายหัว บ่นเสียงดังเป็นภาษาญี่ปุ่นยืดยาว หันมาบอก “ยู ซิงๆๆ” เป็นระยะ สักพักเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อนอก จนเราต้องถอยกรูด 

สิ่งที่ล้วงออกมา ไม่ใช่ปืน หรือไม้กระบอง แต่เป็น Tablet แล้วหันมาถามเสียงแข็งว่า “ยู อิงลิช” เรารีบตอบโอเค

เจ้าหน้าที่ “ยู ซิง” ใช้วุ้นแปลภาษายืดยาว เต็มหน้า Tablet แต่ขณะกำลังจะยื่นให้อ่าน เค้าเช็คข้อความแล้วเหมือนจะนึกอะไรได้ จึงปิดจอแล้ว ชี้มาที่เรา “ยูๆ” แล้วทำท่าคล้ายวิ่ง ไม่ใช่วิ่งเหยาะๆ แต่เป็นวิ่งจริงจัง ยกเข่าสูงแทบจะแตะหน้าอก ฟันแขนซ้ายขวาเกือบจิ้มรูจมูก คล้ายการวิ่งสวนสนามของทหาร 

ขณะกำลังระทึกกับ “ยู ซิง” อยู่กลางโถงสถานี ลูกสาวสะกิดบอกว่า ชานชาลา JR สายสีเขียว อยู่ชั้นล่างนี่เอง เราเลยรีบโค้งขอบคุณแล้วปลีกตัวออกมา คุณเจ้าหน้าที่หยุดวิ่ง หันมาเรียกพร้อมกับชี้ไปทาง Skyliner แต่ไม่ทันแล้ว รีบลากกระเป๋าลงบันไดเลื่อน Yamanote Line ไป Komagome ไม่มีตั๋วคงไม่เป็นไร ไปจ่ายค่าปรับเอาดาบหน้าดีกว่า

ถึงสถานีโคมะโกเมะ เริ่มดึกแล้ว ลากกระเป๋าขึ้นไปบนสถานีแบบเกร็งๆ ร้านรวงกำลังทยอยปิด พอถึงช่องทางออก ลองเอาตั๋วใบใหญ่เสียบก่อน เครื่องไม่รับ งั้นลองใบเล็กบ้าง ทันใดช่องทางออกก็เปิด เสียงถอนหายใจดังพร้อมกันอย่างโล่งอก เดินไปหน้าสถานีก็เจอป้ายโรงแรม APA Komagome Ekimae ห่างแค่ 2 ช่วงตึก ถึงที่พักคืนนี้แล้ว

หลังเช็คอินถึงห้องพัก สิ่งแรกที่ทำคือเล่าเหตุการณ์ที่นิปโปริ แล้วถาม Chat GPT ว่า “ยู ซิง” ที่คุณเจ้าหน้าที่พูด หมายถึงอะไร คำตอบที่ได้ไม่ใกล้เคียงกับคำว่า วิ่ง” หรือคำด่า หรือคำไม่สุภาพใดๆ ในภาษาญี่ปุ่น 

Chat GPT เดาว่า เค้าไม่ได้โกรธ เค้าอาจชวนร้องเพลง เลยเล่าให้พี่สาวที่แต่งงานอยู่ญี่ปุ่นมานาน พี่สาวว่าคนญี่ปุ่นจริงจังและใส่ใจคนรอบข้างเสมอ เค้าอาจไม่อยากให้เราพลาด Skyliner ซึ่งอาจหมายถึงตกเครื่องบิน เค้าจึงบอกให้เรารีบวิ่ง แต่ทั้งเค้าและเรา อาจสื่อสารกันได้ไม่ดีนัก 

สรุปแบบเดาๆ ตั๋วใบใหญ่คือ ตั๋ว Skyliner ส่วนใบเล็กคือตั๋วเข้าออก Keisie Line ที่จะไปต่อ JR ซึ่งเจ้าหน้าที่ Skyliner ที่นาริตะ น่าจะจัดการมัดรวมให้พร้อมสรรพ ตามมาตรฐาน “โคดาวาริ” ตั้งใจแน่วแน่ให้บริการอย่างดีที่สุด 

ส่วนเจ้าหน้าที่ “ยู ซิง” สถานีนิปโปริ คือ “โคดาวาริ” ขั้นสมบูรณ์แบบ ในระดับที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่สุด! 

ทั่วโลกรู้จักแนวปรัชญา Kodawari มาช้านาน และมักกล่าวขวัญถึงเรื่องดีๆ นี้เสมอว่า “Japan Only” ถ้าเป็นบ้านเราก็เรียก “ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น” เนอะ

(ญี่ปุ่น 6) (ญี่ปุ่น 7) (ญี่ปุ่น 8)

ไม่มีความคิดเห็น: