2561-07-19

ไหล Sled กลิ้งหิมะ ปะทะความมันส์ ประชันความเร็ว Listel Ski Fantasia (ญี่ปุ่น 4)


(ญี่ปุ่น 1) (ญี่ปุ่น 2) (ญี่ปุ่น 3)

นอกจากทะเลสาบอินาวาชิโร แลนด์มาร์คสำคัญจังหวัดฟูกุชิมาแล้ว บริเวณภูเขา Bandai และภูเขา Adatara ที่อยู่โดยรอบของทะเลสาบอินาวาชิโร ล้วนเป็นศูนย์รวมของสกีรีสอร์ตมากมายหลายแห่ง โดยคืนนี้เราจะพักกันที่โรงแรมที่มีสกีรีสอร์ตในตัว นั่นคือ Hotel Listel Inawashiro ซึ่งเป็นที่ตั้งของลานสกี Listel Ski Fantasia มีพิกัดอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบอินาวาชิโร ห่างจากสถานีรถไฟอินาวาชิโร ประมาณ 5 กม. ที่นี่เคยถูกใช้เป็นแข่งขันสกีนานาชาติ อย่าง FIS Freestyle Skiing World Cup Mogul หรือรู้จักกันในนาม  “The Holy Ground of Mogul” แห่งประเทศญี่ปุ่น

ลิสเทล สกีแฟนตาเซีย มีทางลาดทั้งหมด 7 ลาน 8 ระดับความลาดชัน รองรับตั้งแต่เด็กน้อยหัดไหล Sled อย่างกลุ่มเรา ไปจนถึงนักสกีมืออาชีพ ทางลาดเล่นสกีที่ได้รับความนิยมของที่นี่ คือ Royal Christi Course เป็นทางลาดสกีที่ยาวที่สุดคือ 800 เมตร ความลาดชันเฉลี่ย 8 องศา ความลาดชันสูงสุด 12 องศา ซึ่งเป็นระดับที่คนเล่นสกีเป็นทั่วไป สามารถเล่นได้ โดยนั่ง Pair lifts ยาว 800 เมตร ขึ้นไปบนเนินเขาแล้วสกีลงมา สำหรับมืออาชีพ ก็จะเป็น Duffy Course ลานนี้เป็น Moguls slope ขึ้น Pair lifts ไปต่อระยะทางอีกช่วง 400m ความลาดชันเฉลี่ย 30 องศา ความลาดชันสูงสุด 37 องศา ทางชันระดับเจ้าพ่อทีเดียว

2561-05-06

ข้ามฝั่งไปมา Waterfront – Summit เพราะสถานการณ์ไม่เป็นอย่างที่คิด (ฮ่องกง ตอน19)

(ฮ่องกง ตอน16) (ฮ่องกง 17) (ฮ่องกง ตอน18)
จากขั้วโลกแล้วข้ามไปเขตป่าฝน อย่างโซน The Rainforest กันบ้าง เริ่มจากเล่นล่องแก่ง The Rapids สนุกสนานชุ่มฉ่ำกันทั้งครอบครัว พร้อมเดินสำรวจ Rainforest Why Zone และ Expedition Trail เก็บเกี่ยวความรู้ป่าฝนเขตร้อน  โดยจากแผนที่วางไว้ เราจะทานอาหาร ที่ร้าน Bay View หรือ ร้าน Terrace Café ที่อยู่ใกล้ๆ สถานี Cable Car ทว่า เหล่าผู้คนที่มาที่นี่ ล้วนคิดเช่นเดียวกับเรา บ่ายโมงกว่าๆ คิวรอทานอาหารยาวเหยียด ที่ทานเสร็จก็ไปต่อคิว Cable Car เพื่อนั่งกลับไปฝั่ง The Waterfront  ซึ่งยาวเหยียดไม่แพ้กัน เพราะทุกคนคิดคล้ายกัน เราจึงตัดสินใจแก้เกมส์โดยการเดินกลับไปสถานี Ocean Express เพื่อนั่งย้อนกลับไปทานข้าวที่ ร้าน Panda Café ฝั่ง The Waterfront


นั่ง Ocean Express ย้อนกลับมาโล่งแทบไม่ต้องรอคิว เมื่อไปถึงร้าน Panda Café เข้าคิวรอพองาม แถวยาวแค่ปากประตู ไม่ถึงขั้นเลื้อยยาวไปนอกถนน แถมทบไปทบมาเหมือน Terrace Café ยังไงก็ต้องทานที่นี่ละ เพราะซื้อตั๋วแบบรวมอาหารสำหรับ 4 ที่ ผ่านไปจนเหลืออยู่ไม่กี่คิวจะได้ทาน พนักงานก็เดินมาติดป้าย Sold Out ที่บางเมนู รอลุ้นๆ จนถึงคิวรีบจัดเลย 4 ชุด เพราะรอจนถึงมื้อเย็นไม่รู้จะเหลือเมนูให้เลือกกี่อย่าง และในที่สุดก็ได้ ข้าวเปล่ากับปลาผัดเปรี้ยวหวานและข้าวไข่พะโล้หมูสับ คนที่มาหลังเราไม่กี่คิว ไม่ได้ทานเพราะข้าวหมด ขณะทานเราประเมินว่าการจัดการร้านอาหาร Ocean Park มีข้อด้อยกว่าฮ่องกงดีสนีย์แลนด์ พอสมควร

เที่ยว Ocean Park สวนสนุกระดับตำนานเกาะฮ่องกง (ฮ่องกง ตอน18)

(ฮ่องกง ตอน15) (ฮ่องกง ตอน16) (ฮ่องกง 17) (ฮ่องกง ตอน19)
Theme Park อีกแห่งหนึ่งของฮ่องกง นอกเหนือจากฮ่องกงดีสนีย์แลนด์ที่เราไปสนุกสนานกันเมื่อปีก่อน นั่นก็คือ Ocean Park ฮ่องกง สวนสนุกระดับตำนาน ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2520 เป็นสวนสนุกแนว Theme Park ทางธรรมชาติ จำพวกโลกใต้มหาสมุทร ป่าเขาลำเนาไพร สิงสาราสัตว์ นำเสนอเรื่องราว ประหนึ่งพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติท่ามกลางสวนสนุกขนาดใหญ่ มีพื้นที่เก้าแสนกว่าตารางเมตร นักท่องเที่ยวที่นั่งรถผ่านไปมาทางใต้ของเกาะฮ่องกง อย่างทางไป Repulse Bay ก็จะสามารถมองเห็นชิงช้าสวรรค์ กระเช้าลอยฟ้า หรือเครื่องเล่นขนาดใหญ่ต่างๆ ตั้งตระหง่านอยู่ริมทะลจีนใต้ สังเกตได้ไม่ยาก

จากที่พักย่าน Tsim Sha Tsui เรานั่ง MTR สายสีแดงข้ามมาเกาะฮ่องกงที่สถานี Admiralty Station แล้วมาต่อ MTR สายใหม่ South Island Line มุ่งหน้าไปสถานี Ocean Park Station มุดใต้ดินลงไปลึกหลายชั้นหน่อย สำหรับสถานีใหม่ โผล่ขึ้นมาสถานี Ocean Park ลูกเล็กเด็กแดงวิ่งพล่านส่งเสียงเจื้อยแจ้วเต็มไปหมด บ้างก็ขับรถมาเอง มีที่จอดรถกว้างขวาง บ้างก็มาทาง City Bus สาย 629 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่จะเดินทางมา Ocean Park เมื่อครั้งยังไม่มี MTR สายนี้ บริเวณด้านหน้า Ocean Park เป็นลานกว้างเรียกจัตุรัสโอเชี่ยน ทำหน้าที่เป็นฉากให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเหมือนกับลานน้ำพุ Grand Fountain ของฮ่องกง ดีสนีย์แลนด์

2561-04-26

ทะเลสาบ Inawashiro คันฉ่องภูเขา Bandai san สรวงสวรรค์แห่งฟูกุชิมา (ญี่ปุ่น 3)

(ญี่ปุ่น 1) (ญี่ปุ่น 2)
บนชั้นบรรยากาศ ในบริเวณที่อุณหภูมิติดลบต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสมากๆ ละอองน้ำ ไอน้ำ หรือหยดน้ำในก้อนเมฆที่ล่องลอยอยู่ เมื่อไปกระทบกับอนุภาคเล็กๆ ที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น หรือควัน ก็จะเกิดการควบแน่น เกาะเกี่ยวกันอยู่ในรูปของผลึกน้ำแข็งเย็นจัดจำนวนมาก จากนั้นไอน้ำที่ระเหยอยู่รอบๆ ผลึกก็จะเข้าจับตัวกับผลึกน้ำแข็ง ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง แล้วพากันร่วงลงสู่พื้นโลกตามแรงโน้มถ่วง ในประเทศเขตหนาว อุณหภูมิใต้ฐานเมฆต่อเนื่องจนถึงผิวพื้นโลกต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ผลึกที่ตกลงมาจะยังคงอยู่ในสภาพของผลึกน้ำแข็ง หรือ “หิมะ” นั่นเอง

“หิมะ” ที่ร่วงหล่นมา จับตัวรวมกันเป็นก้อน มีเนื้อที่หยาบเป็นเกล็ด และมีโครงสร้างที่กลวง มีความรู้สึกนุ่มเมื่อสัมผัส เมื่อถูกบดอัดแน่นก็จะกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง มีความแข็งและลื่นไถลเกินคำบรรยาย หิมะจึงไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่มันยังเป็นสิ่งมหัศจรรย์ โดยเฉพาะสำหรับคนที่บ้านเมืองตั้งอยู่ในเขตร้อนอย่างประเทศไทย หิมะได้สร้างแรงบันดาลใจให้หลายคนอยากออกไปสัมผัสดูสักครั้ง เพราะบ้านเราไม่มี ไม่เคยมี และไม่น่าจะมี แต่สำหรับที่นี่ อินาวาชิโร จังหวัดฟูกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ที่นี่มีมากกว่าหิมะ ภูเขาหิมะ และทะเลสาบท่ามกลางภูเขาหิมะ

2561-04-17

อร่อยแบบฮิปๆ ที่ Mong Kok ยืนกินข้างทาง แพงกว่านั่งร้านห้องแอร์ชมวิว (ฮ่องกง ตอน17)

(ฮ่องกง ตอน14) (ฮ่องกง ตอน15) (ฮ่องกง ตอน16) (ฮ่องกง ตอน18) (ฮ่องกง ตอน19)

เล่นน้ำทะเลจนเริ่มหิว หิ้วท้องกลับมาหาที่กินบ้าง อ่านรีวิวตลาดเลดี้มาร์เก็ตแห่งย่านม่งก๊ก เห็นเค้าว่านอกจากจะเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่โด่งดังแล้ว ยังขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งอาหารแนว Street Food อีกด้วย ขากลับจาก Shek O เลยนั่ง MTR เลยป้ายไปอีกหน่อย ไปลงที่ Mong Kok เค้าว่าอาหาร ข้างทางย่านม่งก๊ก อร่อยขึ้นชื่อ ซึ่งเมื่อไม่กี่ปีก่อนพ่อค้าแม่ขายแผงลอยย่านม่งก๊กได้ประท้วงก่อการจลาจล ไม่พอใจที่ตำรวจห้ามแผงลอยเถื่อนขายของในช่วงวันหยุดตรุษจีน พาดหัวข่าวใหญ่ที่เห็นไปทั่วโลกคือ “การปฏิวัติลูกชิ้นปลา” Fish ball revolution ตอกย้ำทำให้โลกประจักษ์ว่าย่านนี้คือตลาดลูกชิ้นปลาที่ชาวโลกรู้จักกันดี

กินเนสส์บุ๊กระบุว่า มงก๊กเป็นย่านที่มีความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดในโลก มีประชากรอาศัยอยู่ 130,000 คนต่อตารางกิโลเมตร  มีถนนหลัก ขนานกับถนน Natan หลายเส้น ที่โด่งดังก็เห็นจะเป็น Sai Yeung Choi และ Tung Choi  หลักๆ ก็ขายของกิน ของกินเล่น ของเล่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เจอเยอะๆ ก็ร้านรองเท้า เยอะมาก ส่วน Lady market ก็เน้นขายข้าวของเครื่องใช้ทั่วไป ของประดับของฝาก ออกแนวสินค้าไอเดีย ออกแบบมาให้ตื่นเต้นแปลกตา คล้ายไนท์บาร์ซาร์ หรือถนนคนเดินเชียงใหม่ อย่างแนวอาร์ตๆ ที่สะดุดตาก็จะเป็นพวก Paper Craft ตัดกระดาษเป็นรูปร่างรูปทรงต่างๆ แต่ราคาก็แปรผันตามความสวยงามเช่นกัน เพราะมันคืองานฝีมือ

2561-03-22

อิซากายา ยากินิกุ ทงคัตสึ ... อิ่มแล้วรึ? ไปแช่ออนเซ็นกัน (ญี่ปุ่น 2)

(ญี่ปุ่น 1) (ญี่ปุ่น 3)

หวานแหววกับสตรอเบอรี่กันแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งร้านแนว “Izakaya” กันบ้าง อิซากายา คือร้านเหล้าสไตล์ญี่ปุ่น จำนวนโต๊ะไม่มาก แขกมักไปนั่งเป็นหมู่คณะ อยากไปอาจต้องจอง ทำเลดีมักอยู่มิดชิดปิดม่านหรือมุดลงชั้นใต้ดิน สำหรับเมืองอิวากิมีร้านอิซากายาหลายร้าน ขอแนะนำร้านนี้เลย Fisherman Silver Shop จิบสาเกฮักไกซัง เสิร์พพร้อมเต้าหู้ไข่ปลา แกล้มซาซิมิ ปลา-หอย-กุ้ง-หมึก จิ้มวาซาบิ สดเหมือนลงไปทานใต้มหาสมุทร หรือถนัดอาหารสุกก็จะมีปลาเมฮิการิแดดเดียวย่าง นามิตะปลาต้มซีอิ้ว นอกจากอาหารอร่อยแล้ว เจ้าของร้านยังดูแลดีมาก เห็นเราไปเป็นครอบครัว มีเด็กน้อยมาด้วย ก็หากล่องกระดาษสีมาให้เด็กๆ ได้มีกิจกรรมเล่นฆ่าเวลา ในขณะที่ผู้ใหญ่นั่งสังสรรค์กัน
  
เมืองนี้อะไรก็สด นอกจากสตรอเบอรี่สด ซาซิมิสด แล้ว ลองแวะไปชิมเนื้อวัวสดๆ เอามาย่างกันเอง ที่ร้าน “Kashima Yakiniku” กันบ้าง ถ้าชอบแบบมันๆ สั่ง เนื้อส่วนท้อง “Karubi” ก็จะมีมันๆ หน่อย ถ้าชอบไขมันน้อยออกแนวสุขภาพ ก็สั่งHarami” กับลิ้นวัว “Tongue” จับพลิกลิ้นวัวบนไฟพอสะดุ้ง ช่างละมุนลิ้นคนดีนักแล ส่วนตับวัว “Liver” ก็อุดมไปด้วยธาตุเหล็กสูง มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัวสำหรับคนชอบ สำหรับนักเคี้ยวชอบเหนียวหนึบหนับก็จะมี “Horumon” ลำไส้ใหญ่ติดมัน และขึ้นชื่อว่าร้าน Yakiniku แล้ว อะไรเอามาปิ้งย่างก็อร่อย กุ้งหอยปูปลา จัดหามาปิ้งย่างได้หมด แต่ก็ยังไม่หนีเมนูของสดๆ มาแกล้มเบียร์อย่างไส้ปลา ผ้าขี้ริ้วหรือสะไบนาง