(ญี่ปุ่น 8) (ญี่ปุ่น 9) (ญี่ปุ่น 10)
“ราคุโกะ” คือศิลปะการเล่าเรื่องของญี่ปุ่นโบราณ มีมาตั้งแต่ยุคเอโดะ ศิลปินจะใส่ชุดกิโมโน นั่งเล่าอยู่บนเบาะคนเดียว คล้ายเดี่ยวไมโครโฟน แต่มีเพียงพัดกระดาษ เซนสุ กับ ผ้าเช็ดหน้า เทนุกุย เป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก
นักเล่า หรือ ราคุโกกะ จะแสดงเป็นตัวละครหลายๆ ตัว ด้วยการหันหน้าไปมา ซ้าย-ขวา เปลี่ยนน้ำเสียง แสดงออกทางสีหน้าฯลฯ โดยมีจุดแก่นสำคัญคือ มุกหักมุม ตลกร้ายท้ายเรื่อง เรียกว่า "โอจิ"
หนึ่งในเรื่องที่ราคุโกกะ นิยมเล่า คือเรื่องเหล้าชมดอกไม้ “ฮานามิ สาเก” 花見酒
เรื่องมีอยู่ว่า ลุงสองคน อยากหาเงินพิเศษในช่วงเทศกาลชมดอกซากุระ จึงชวนกันไปกู้เงิน มาลงขันซื้อเหล้าสาเกมาขายให้ผู้คนที่มาชมดอกซากุระ ที่สวนอุเอโนะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ของการชมซากุระมาตั้งแต่สมัยเอโดะ
สองลุง ทุ่มกู้สุดตัว ได้เหล้าสาเก มา 1 ถังใหญ่ พร้อมเหลือเงินเหรียญติดตัวไว้หน่อย เผื่อทอน
เช้านี้ เราจึงรีบออกไปตามหา สองลุง ที่สวนอุเอโนะ หวังไปอุดหนุนสักจอก โดยซื้อตั๋ว JR เที่ยวเดียว จากสถานีโคมะโกเมะ ไปลงสถานีอุเอโนะ เสียค่าตั๋วคนละ 200 เยนสถานีอุเอโนะเป็นสถานีใหญ่ เราตระเวนหาซื้อบัตร SUICA ได้ที่นี่ เพื่อเอาไว้ใช้จ่ายทุกบริการในญี่ปุ่น โดยเจ้าหน้าที่แนะนำบัตร Welcome Suica มาให้ใช้ ไม่เสียค่ามัดจำบัตร เติมเงินเริ่มต้นขั้นต่ำ 1000 เยน Recharge ได้สูงสุด 20000 เยน ทยอยเติมเท่าที่จะใช้ ครบอายุ 28 วัน บัตรและมูลค่าจะหมดลงทันที
เราทดลองใช้บัตร Suica จ่ายค่าราเม็ง เส้นอุด้ง รองท้องกันก่อน ที่สถานีอุเอโนะ ชามละ 570 เยน เผื่อเจอสองลุงแบกถังสาเกมา จะได้อุดหนุนสาเกได้ ไม่ระคายกระเพาะ
กินอิ่มก็ออกไปตามหาสองลุง ฮานามิ สาเก ในเทศกาลชมดอกไม้ ซากุระกว่า 800 ต้น บานสะพรั่งทั้งสวนอุเอโนะ จนมองไปคล้ายอุโมงค์ดอกไม้ บรรยากาศแห่งการร่ำสุราสุดๆ ครึกครื้นรื่นเริง เกินคำบรรยายสวนอุเอโนะ ไม่ใช่แค่สวนสาธารณะธรรมดา แต่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา ที่อยู่คู่ญี่ปุ่นมานานหลายร้อยปี ซากุระยิ่งสวย ยิ่งต้องชวนกันมาชม ดอกไม้ยิ่งงาม ยิ่งพาลชวนให้คอแห้ง
มิตรภาพท่ามกลางเพื่อนฝูง ญาติมิตร สะท้อนวิถีชีวิต การพบปะกันในช่วงเทศกาลฮานามิ วัยรุ่นหนุ่มสาว มาปูเสื่อจองพื้นที่กันแต่เช้าตรู่ ยกถังเบียร์สดพร้อมกดมาก็มี ครบทุกรูปแบบทั้งลัง ทั้งขวด ทั้งกระป๋อง เครื่องดื่มหลากหลายยี่ห้อละลานตา จนเริ่มเป็นห่วงว่าลุงทั้งสอง จะได้ขายฮานามิสาเก ไปกี่จอกแล้ว
"คัมปาอิ! ซากุระ คิเรอิ เนะ!" ณ อุเอโนะ บรรยากาศดีเยี่ยงนี้ สองลุงเกิดอยากกินสาเกขึ้นมาบ้างแล้วสิ แต่ค้าขายต้องตรงไปตรงมา ต้องรับเงินก่อน ถึงจะเปิดสาเก รินให้ได้ ลุง ก. จึงขอประเดิมก่อน 1 จอก ด้วยเงินทอน เหรียญ 100 เยน ที่เตรียมมา จ่ายเพื่อซื้อสาเกจาก ลุง ข.ค้าขายต้องตรงไปตรงมา รับเงินก่อนจึงรินเหล้า ลุง ข. รับเงินมา 100 เยน แล้วรินเหล้าให้ ลุง ก. 1 จอก ลุง ก. ยกดื่มแล้วทำหน้าฟินน์ ยิ้มหวานบานกว่าซากุระต้นใหญ่ ที่ศาลเจ้าอุเอโนะ
ลุง ข. เห็น ลุง ก. ดื่มแล้วฟินน์ ก็อยากดื่มบ้าง ก็เลยเอาเหรียญเงินทอน 100 เยนที่ได้รับมา ยื่นให้ ลุง ก. เพื่อจ่ายค่าสาเก ลุง ก. เห็น ไม่ผิดเงื่อนไข ค้าขายต้องตรงไปตรงมา รับ 100 เยน แล้วรีบรินสาเกให้ ลุง ข. ทันใด พอหมดจอกก็ชวนกันแบกสาเกไปขาย ที่หน้าสวนสัตว์อุเอโนะ
สองลุง ดื่มด่ำกับความงามของดอกซากุระ พร้อมรินสาเกขายให้กันเอง ด้วยเหรียญ 100 เยน เหรียญเดียว วนไปมาเรื่อยๆ จนเดินหลงไปถึงหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ โตเกียว สาเกที่กู้เงินมาซื้อ ก็หมดถังพอดี ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจริงๆเราไปเจอสองลุง เมาพับอยู่ใต้ต้นซากุระ ใกล้บ่อน้ำชิโนบาสุ ก็เลยแอบไปถามว่ากิจการเป็นอย่างไรบ้าง สองลุงกระดิกหนวดทำหน้าเครียด ตอบเสียงสั่นเครือว่า จ่ายทุกจอก แล้วทำไมบอก เหลือเงิน 100 เยน ค้าขายต้องตรงไปตรงมาสิ
ราคุโกกะ รวบพัดตบขมับดังป๊าบ พร้อมยกผ้าเช็ดหน้า ทำท่าซับน้ำตา โอ้ ..โอจิ ช่างคล้ายภาวะฟองสบู่ทางเศรษฐกิจ กู้มารินแจก เสียเหลือเกิน





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น