2568-03-05

จากแมวจรจัด ในเหมืองร้างกลางป่า สู่หมู่บ้านแมว ระดับโลก Houtong (ไต้หวัน 10)

(ไต้หวัน 7) (ไต้หวัน 8) (ไต้หวัน 9)

แอบส่องเส้นทางอันแสนขรุขระของอธิปไตยในไต้หวัน แล้วก็ต้องแอบถอนหายใจดังๆ เพราะทุกวันนี้ เอกราชของไต้หวัน ยังเป็นจุดที่พี่ใหญ่อย่างจีน ยอมรับได้ยาก ลำพังแค่ยอมให้น้องเล็กอยู่ได้อย่างเป็นปกติสุข ไม่มีการใช้กำลัง ไม่สูญเสียเลือดเนื้อ ก็นับว่าเป็นเรื่องดี ยังไงสองพี่น้องก็ต้องรวมกันเป็นหนึ่งสักวัน แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

ใช้ชีวิตกันต่อไป เหมือนถ้าจะต้องตายบ่ายนี้ ตอนนี้ขอทานข้าวเที่ยงอร่อยๆ อิ่มแล้วค่อยว่ากัน แต่เดี๋ยวก่อน การรวมกับจีนก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ชาวไต้หวันส่วนมาก ก็เป็นชาวจีนอพยพมาจากมณฑลฝูเจี้ยน ภาษาราชการของไต้หวันคือภาษาจีนกลาง หรือ จีนแมนดาริน ส่วนภาษาพื้นเมืองหรือชาวจีนแคะ ก็ยังพูดจากันรู้

เรื่องอยู่ที่เด็ดกว่านั้นคือ ผู้สูงอายุไต้หวันส่วนหนึ่ง พูดญี่ปุ่นได้ จากรากฐานการศึกษาที่ญี่ปุ่นวางไว้ให้อย่างดีในช่วงสมัยอาณานิคม คนไต้หวันปัจจุบันเองก็สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ครูสอนภาษาจีนกลางที่ไต้หวัน ก็สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีกว่าครูที่จีน จึงไม่แปลกที่ไต้หวันจะเป็นจุดหมายในการมาเรียนภาษาจีนกลาง ของต่างชาติทั่วโลก 

2568-01-15

เหรียญยังมีสองด้าน ลานอนุสรณ์สถาน “เจียง ไคเชก” (ไต้หวัน 9)

(ไต้หวัน 6) (ไต้หวัน 7) (ไต้หวัน 8) (ไต้หวัน 10)

เดินผ่านซุ้มประตู Liberty Square จัตุรัสแห่งเสรีภาพ ก็จะเข้ามาสู่ Main Plaza ลานจัตุรัสประชาธิปไตย Democracy Square เบื้องหน้าคือ หออนุสรณ์สถาน เจียง ไคเชก ด้านขวาคือโรงละครแห่งชาติ National Theatre ด้านซ้ายคือหอแสดงดนตรีแห่งชาติ National Concert Hall

เดินตรงไปตามทาง Democracy Boulevard จะเห็นหออนุสรณ์สถานฯ เป็นอาคารทรงจีนโบราณ บันไดหินอ่อนทางขึ้นทั้งสี่ด้านสีขาว ตัดกับหลังคาสีน้ำเงิน สวนหย่อมเน้นปลูกดอกไม้สีแดง ตามแนวคิดสีของธงชาติไต้หวัน “ท้องฟ้าสีคราม ตะวันสาดส่อง ปฐพีแดง แผ่นดินอุดม” "Blue Sky, White Sun, and a Wholly Red Earth"

ภายในหออนุสรณ์สถานฯ ชั้นบนจะเป็นรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของ เจียง ไคเชก ส่วนชั้นล่างเป็นห้องจัดแสดงประวัติ ภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งบทบาทหน้าที่ ในฐานะผู้นำแห่งสาธารณรัฐจีน และประธานาธิบดีคนแรก ของประเทศไต้หวัน

2567-12-19

ซุ้มประตู Liberty Square จัตุรัสแห่งเสรีภาพ ของผองเพื่อนเสรีชน (ไต้หวัน 8)

(ไต้หวัน 5) (ไต้หวัน 6) (ไต้หวัน 7) (ไต้หวัน 9) (ไต้หวัน 10)

จากตึกไทเป 101 ก่อนจะกลับไปซีเหมินติง ต้องนั่งรถไฟฟ้าสายสีแดง ไปเปลี่ยนเป็นสายสีเขียวที่สถานีเจียงไคเชก ไหนๆ ก็กำลังดื่มด่ำกับกลิ่นอายอดีต ที่หมู่บ้านทหาร 44 South Military Village ได้ที่ เพื่อไม่ให้ขาดตอน ก็ขอขึ้นไปชื่นชมอนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก กันสักหน่อย ให้มันต่อเนื่องรอยอารมณ์ คนไต้หวันกันไปเลย

อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตประธานาธิบดี เจียง ไคเชก ด้านหน้าลานกว้างมีซุ้มประตู สูง 30 เมตร กว้าง 80 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินไพลิน มีตัวอักษร 4 ตัวเขียนว่า自由廣場 หมายถึง Liberty Square หรือ “จัตุรัสแห่งเสรีภาพ”

2567-11-18

"ซื่อซื่อหนันซุน คือบ้านของเรา" ชาวก๊กมินตั๋ง ไม่ได้กล่าว (ไต้หวัน 7)

(ไต้หวัน 4) (ไต้หวัน 5) (ไต้หวัน 6) (ไต้หวัน 8) (ไต้หวัน 9) (ไต้หวัน 10)

ท่ามกลางไฟร้อนของสงครามกลางเมืองในจีนแผ่นดินใหญ่ ราวปี พ.ศ. 2480 พรรคก๊กมินตั๋ง และพรรคคอมมิวนิสต์จีน ต่างโหมไฟรบ เพื่อต่อสู้แย่งชิงอำนาจเหนือประเทศจีน 

สงครามที่เดือดระอุ ส่งผลให้กองกำลังก๊กมินตั๋ง ทหารรัฐบาลชาตินิยมของเจียงไคเชก ได้ถอยร่นมาตั้งหลักที่เกาะไต้หวัน พร้อมทั้งผู้อพยพชาวจีน กว่า 2 ล้านคน และได้สร้างที่พักอาศัยชั่วคราวขึ้นมา กระจายไปทั่วในหลายเมืองใหญ่ของไต้หวัน โดยเฉพาะเขตเมืองไทเป และเมืองจีหลง 

2567-10-31

จาก 8 ปล้องไผ่มงคล สู่ตึกสูงสุดในไต้หวัน TAIPEI 101 (ไต้หวัน 6)

(ไต้หวัน 3) (ไต้หวัน 4) (ไต้หวัน 5) (ไต้หวัน 7) (ไต้หวัน 8) (ไต้หวัน 9)

เลข 8 เป็นเลขมงคลของ หลายๆ วัฒนธรรมในโลก โดยเฉพาะวัฒนธรรมจีนและไต้หวัน เลข 8 มีลักษณะเป็นวงกลมคู่ หมุนวนไปไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด แสดงออกถึงความสมดุล และความมั่นคง 

เมื่อนำมารวมกับต้นไผ่ สัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองและยั่งยืน ไม้ไผ่ 8 ปล้อง จึงเป็นแรงบันดาลใจ ให้ C.Y. Lee สถาปนิกชาวไต้หวัน ออกแบบอาคารที่สูงที่สุดในไต้หวันขึ้นมา และตึกนี้ยังสูงที่สุดในโลก ช่วงปี 2004 – 2010 

Taipei World Trade Center หรือ อาคารศูนย์การเงินโลกไทเป ถูกออกแบบขึ้นมา โดยผสมผสานระหว่างความเชื่อทางวัฒนธรรม และความล้ำหน้าทางด้านเทคโนโลยี ด้วยความสูงถึง 101 ชั้น ทั่วโลกจึงมักเรียก และรู้จักกันในนาม TAIPEI 101 

2567-09-30

ชิมมื้อเช้าสไตล์ฟาสต์ฟู้ดไต้หวัน ก่อนตะลุยกันไป ไทเป 101 (ไต้หวัน 5)


ฟ้าสางกลางย่านซีเหมินติง เปิดม่านหน้าต่างห้องนอน มองไปยังฝั่งตรงข้าม เป็นร้านอาหารเช้าแบบฟาสต์ฟู้ดสไตล์ไต้หวัน หน้าร้าน มีโต๊ะเล็กๆ พอวางอาหารได้ เก้าอี้สองสามตัว นักท่องเที่ยวเทียวมาเทียวไป กึ่งนั่งกึ่งยืน กินกันไปเซลฟี่กันไป กลุ่มที่ดูจะอร่อยและสนุกกว่าใครเพื่อน แอบเปิดกระจกฟังสำเนียงเสียงหัวเราะอยู่ไกลๆ คล้ายจะเป็นคนไทย

คนพื้นถิ่นมาซื้อก็ไม่น้อย บ้างแต่งตัวชุดทำงาน บ้างก็แม่บ้าน ขับรถมาจอดแวะซื้อใส่ถุงไปทานที่อื่นก็มี แสดงว่าร้านนี้น่าจะขึ้นชื่ออยู่ นั่งในห้องพักโรงแรมไปก็สังเกตการณ์ไป แอบเซิร์ชหาดูรีวิว เค้าว่าร้านนี้เป็น อาหารเช้าสตรีทฟู้ดโบราณ เคียงคู่ย่านซีเหมินติงเลยทีเดียว 

2567-08-19

“Red House” ตะกอนทางวัฒนธรรมญี่ปุ่น ใจกลาง “ซีเหมินติง” ฮาราจูกุ แห่งไทเป (ไต้หวัน 4)

(ไต้หวัน 1) (ไต้หวัน 2) (ไต้หวัน 3) (ไต้หวัน 5) (ไต้หวัน 6) (ไต้หวัน 7)

จากข้าวขาหมูที่เราทานเป็นมื้อแรกในไต้หวัน ทำให้นึกถึงชาวฮั่นจาก มณฑลฝูเจี้ยน และมณฑลกวางตุ้ง ที่ข้ามมาตั้งหมู่บ้าน ค้าขายและทำประมงบนเกาะไต้หวัน ร่วมกับชนเผ่าพื้นเมือง Ketagalan

ชาวจีนอพยพ สร้างให้ไต้หวันกลายเป็นเมืองท่าค้าขายเจริญขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไต้หวันเริ่มเนื้อหอม ไต้หวันกลายเป็นที่หมายปองของเหล่าบรรดานักล่าอาณานิคมในยุคสำรวจ ศตวรรษที่ 17 ชาวสเปน และชาวดัตช์ เข้ามาจับจองก่อร่างสร้างบ้านเรือนกลายเป็นนิคมใหญ่โต 

ขณะนั้นเองในจีนแผ่นดินใหญ่ กำลังระส่ำระสาย ราชวงศ์หมิง ถูกราชวงศ์ชิง ยึดอำนาจ 

ขุนศึกราชวงศ์หมิง อันมีนามว่า เจิ้ง เฉิงกง หนีมาถึงเกาะไต้หวัน ได้รวบรวมชนพื้นเมืองและชาวจีนอพยพ ร่วมกันขับไล่ฝรั่งออกไป มีศูนย์กลางอยู่ที่ไถหนาน แต่ต่อมาราชวงศ์ชิง ก็ตามมายึดคืน ทำให้ไต้หวัน ตกเป็นมณฑลหนึ่งของจีน 

จักรวรรดิชิงได้แยกเกาะออกจากจังหวัดฝูเจี้ยน ประเทศจีนอย่างเป็นทางการ และย้ายศูนย์กลางบริหารจากไถหนานมาที่ ไทเป 

ต่อมามีกรณีพิพาทบาดหมางกัน ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น เป็นเหตุให้ญี่ปุ่นบุกไต้หวัน และยึดมาเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิญี่ปุ่นในปี 1895 

2567-07-25

มื้อแรกในไทเป ชิมขาหมู เก้าอี้ดนตรี 24 ชั่วโมง (ไต้หวัน 3)

(ไต้หวัน 1) (ไต้หวัน 2) (ไต้หวัน 4) (ไต้หวัน 5) (ไต้หวัน 6)

เปิด GPS เดินลากกระเป๋าจากสถานี Ximen มายัง New World Hotel อยู่ไม่ไกล ระหว่างทางก็มองหาร้านอาหารไปเรื่อยๆ อยู่ใกล้ย่าน Ximending หาของกินไม่ยาก ส่วนมากเป็นร้านห้องแถว น่ากินหลายร้าน

ถึงโรงแรม เช็คอินห้องพักใช้ Lucky Draw เป็นส่วนลด 5000 NTD จัดการเก็บสัมภาระเข้าห้องพักเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกไปหาอะไรกินกัน เล็งเอาไว้หลายร้าน เริ่มหิวกันละ

ขามาสะดุดตากับร้านขาหมูร้านหนึ่ง เห็นคนเข้าคิวรอทานหน้าร้านเป็นแถวยาว แต่จังหวะกลับมารอบนี้ ได้คิวแรกพอดี งั้นตกลงกินขาหมูก็แล้วกัน ชื่อร้าน Ximen noodle เพิ่งมารู้ทีหลัง อ่านจากรีวิว ว่าร้านนี้เค้าดังอยู่นะ