2562-06-09

ไล่จับนีโม่หลังเกาะหินงาม พิสูจน์พลังคลื่นใต้น้ำ ร่องน้ำจาบัง (หลีเป๊ะ 3)

(หลีเป๊ะ 1) (หลีเป๊ะ 2)
ท้องอิ่มแล้วก็เดินทางกันต่อ ไปยังเกาะหินงาม เกาะที่มีก้อนหินจำนวนมาก กลาดเกลื่อนอยู่กลางผืนน้ำกว้างใหญ่ เป็นเกาะขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยหินฮอร์นเฟลส์ ซึ่งเป็นหินแปรเกรดต่ำ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยผลึกแร่ที่ตกผลึกใหม่ เกาะสานยึดเกี่ยวกันเป็นหินแปรไร้ริ้วขนาน โดยกระแสน้ำที่รุนแรงทำให้หินฮอร์นเฟลส์แตกออกเป็นเศษก้อนหินเหลี่ยม แล้วกระแสน้ำเลียบชายฝั่งไหลก็ทำการขัดสีนับหลายล้านปีทำให้กร่อนเล็กลง กลมมนสวยสะพรั่ง สะสมตัวบริเวณสันดอน ก้อนหินจำนวนมหาศาลบนเกาะนี้ล้วนแล้วแต่มีมนต์ขลังสะพรึง ก่อนจะลงจากเรือไปสัมผัสหินงามเหล่านั้น ให้สวมรองเท้าให้เรียบร้อย และวักน้ำทะเลสาดก้อนหินให้เปียกชุ่มเสียก่อน

ทั้งนี้เพราะก้อนหินสีดำที่ตากอยู่กลางแดด มันร้อนมาก เดินลำบาก จะลงไปนั่งนอนเต๊ะท่าถ่ายรูปก็ลำบาก ทั้งนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ หินทุกก้อนในที่นี้แฝงไปด้วยพลังอำนาจลี้ลับแห่งเจ้าพ่อตะรุเตา อย่าคิดแม้แต่จะพกกลับ หรือ จับก้อนหินมาเรียงให้มันรกหูรกตา ผิดธรรมชาติ แค่เพียงวักน้ำทะเลสาดหินให้สะท้อนแดดเงาวับ แล้วถ่ายรูปกลับมาเป็นที่ระลึกก็สุขใจแล้ว เกาะหินงามนี้ไม่ได้มีดีแค่ก้อนหิน บริเวณจุดดำน้ำข้างหลังเกาะหินงาม ยังเป็นจุดดำน้ำที่มีปะการังไฟที่งดงาม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลานีโม่จำนวนมากอีกด้วย ถึงตอนนี้ไม่ค่อยเกาะห่วงชูชีพกันเท่าไร เริ่มคล่องกันแล้ว แอบว่ายน้ำกับนีโม่ ยังกับเข้าไปอยู่ในการ์ตูน

อีกจุดดำน้ำส่งท้ายก่อนกลับหลีเป๊ะ กัปตันพาออกไปกลางทะเลโล่งๆ ที่มีกรอบทุ่นเชือกขึงไปมากลางทะเล บริเวณนี้คือร่องน้ำจาบัง ตั้งอยู่ใกล้กับเกาะจาบัง โด่งดังในเรื่องปะการัง 7 สีที่งดงามหาชมได้ยากยิ่งนัก แต่จุดนี้คลื่นใต้น้ำขึ้นชื่อว่ามีความแรงอย่างมากเช่นกัน แอบมองนักดำน้ำของเรือลำอื่น ปลิวจากขอบเชือกทุ่นด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งอย่างรวดเร็วแล้ว ท่าจะแรงจริง กัปตันชัยขอคำสัญญาก่อนว่าหากลงไป ให้เกาะเชือกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ห้ามมุดเชือก ห้ามปล่อยเชือก ห้ามว่ายไปมาโดยเด็ดขาด เพื่อจะได้ดูแลความปลอดภัยได้อย่างทั่วถึง พร้อมถามถึงเด็กๆ คนเล็กสุด 9 ขวบว่าแข็งแรงพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจไหม

คำตอบที่ได้คือทุกคนพร้อม กัปตันชัยลงคนแรก ตามด้วยเด็กน้อย คั่นด้วยผู้ใหญ่ แล้วทั้ง 5 คนก็ลงไปห้อยต่องแต่งอยู่กับเส้นเชือก ก้มหน้ามุดน้ำไปชมปะการัง ส่วนอีก 2 คนคู่ฮันนีมูน เห็นเราเกาะเชือกปลิวไปตามคลื่น เลยขอนั่งสังเกตการณ์ห่างๆ อยู่บนเรือ กัปตันว่าวันนี้น้ำขุ่นนิดหน่อย เพราะคลื่นแรงมาก แต่เราก็พอเห็นปะการังอยู่พื้นเบื้องล่างงดงาม ฝูงปลาก็หลากหลายมากมายเช่นกัน ไม่น่าเชื่อว่าทะเลกว้างใหญ่ที่เรานั่งเรือผ่านไปมา แค่ก้มหน้าลงไป ก็มีฝูงปลาสวยงามคลาคล่ำว่ายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ส่วนคลื่นใต้น้ำที่ว่ารุนแรง เพิ่งเข้าใจตอนนี้เอง สองมือจับเชือกไว้ แต่ตัวปลิวไปกับแรงน้ำ เหมือนเราเป็นชายธงปลิวไสวสวยงามสง่า

ปลิวได้สักพัก บอกกัปตันพี่ชัยว่าพอใจละครับ กลับขึ้นเรือเถอะ กลัวปลิวหลุดไปไม่รู้ว่าจะไปตามเก็บกันที่ไหน ต้องคอยบอกคอยย้ำเด็กๆ กันอยู่ตลอดทางว่าจับแน่นๆ อย่าปล่อยมือเด็ดขาด กลับขึ้นมาบนเรือโดยสวัสดิภาพ หันมองลงไปก็เหมือนทะเลทั่วไป ไม่มีอะไรแตกต่าง พอได้ลงไปถึงรู้ซึ้งกับพลังธรรมชาติของคำว่าคลื่นใต้น้ำจริงๆ กลับไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนยังทำหน้าตกใจ ว่ากล้าดีอย่างไร ให้เด็กๆ ลงไป แถวร่องน้ำจาบังถ้าวันไหนคลื่นแรง ผู้ใหญ่ก็ยังไม่ให้ลง ทว่าเราเชื่อใจ และขอขอบคุณกัปตันชัย ที่ดูแลเด็กๆ ให้อย่างดีทุกจุดดำน้ำ ทำให้เด็กๆ ไม่เสียเที่ยว กลับไปโดยได้รับประสบการณ์การดำน้ำที่แสนดี

หมดรอบการดำน้ำวันนี้ กลับถึงเกาะหลีเป๊ะราว 4 โมงเย็น กัปตันนัดให้ไปรับรูปถ่ายจากกล้องใต้น้ำที่กัปตันถ่ายให้ช่วงหัวค่ำ ที่ออฟฟิศบริษัททัวร์ อยู่แถวหลักกิโล ถนนคนเดิน เข้าไปแอดไลน์แล้วเค้าจะส่งรูปให้รัวๆ ค่ำคืนนี้เดินเที่ยวจนทั่วถนนคนเดิน หลีเป๊ะเป็นห้องรับแขกสุดสะดวก ที่พัก ที่เที่ยว ทุกรูปแบบ รับนักเที่ยวทุกแนว ตั้งแต่ไฮโซยันแบ็คกิ้งแพ็ค ร้านสะดวกซื้อ สนนราคาแพงกว่าแผ่นดินใหญ่นิดหน่อย เทียบกับขนส่งมาไกลก็ไม่แพง อาหารการกินก็ราคาร้านอาหารทั่วไป กุ้งหอยปูปลาไม่ได้คลานมาลงหม้อลงกระทะเองได้ ทุกอย่างล้วนมีต้นทุน บรรยากาศยามราตรีก็แสนอบอุ่น คึกคัก ไปด้วยนักท่องเที่ยว สมกับเสียงเล่าขาน ว่าเป็นสวรรค์แห่งตะรุเตาอย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น: